ฝึกทำข้อสอบ กว. ออนไลน์

KW. Exploit

วิชา High Voltage Engineering



ข้อที่ 1



  • โดยทั่วไปการทดสอบทางไฟฟ้าแรงสูงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามข้อใด
  • 1 : การทดสอบกับแรงดันต่ำ และแรงดันสูง
  • 2 : การทดสอบกับแรงดันทรานเซียนต์ (transient overvoltage) และแรงดันกระแสสลับ
  • 3 : การทดสอบความทนทาน (endurance test) และการทดสอบความคงทนอยู่ได้ต่อแรงดัน (withstand voltage test)
  • 4 : การทดสอบแบบไม่ทำลาย (non-destructive test) และการทดสอบแบบทำลาย (destructive test)


ข้อที่ 2



  • การสร้างแรงดันสูงกระแสตรง โดยแปลง AC เป็น DC ด้วยวงจรเร็กติฟายเออร์ ต้องการลด แฟกเตอร์ระลอก (ripple factor) ให้น้อยลงอีกอาจทำได้โดย
  • 1 : ลดความถี่ให้น้อยลง
  • 2 : เพิ่มกระแสโหลด DC ให้สูงขึ้น
  • 3 : เพิ่มค่าเก็บประจุกรอง (filter capacitor) ให้สูงขึ้น
  • 4 : คำตอบ 1 และคำตอบ 3 ถูกต้อง


ข้อที่ 3



  • 1 : ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะปลอกฉนวนตัวนำทนแรงดันได้
  • 2 : เปลี่ยนแปลง คือ หน้าคลื่นคงเดิมแต่หางคลื่นยาวขึ้น
  • 3 : เปลี่ยนแปลง คือ หน้าคลื่นยาวขึ้นแต่หางคลื่นอาจยาวขึ้นเล็กน้อย
  • 4 : เปลี่ยนแปลง คือ หน้าคลื่นสั้นลงและหางคลื่นก็สั้นลงด้วย


ข้อที่ 4



  • ข้อใดคือรูปคลื่นกระแสอิมพัลส์มาตรฐาน ที่ใช้ในการทดสอบกับดักฟ้าผ่าแรงสูง
  • 1 : 1.2/50 ไมโครวินาที
  • 2 : 12/50 ไมโครวินาที
  • 3 : 8/20 ไมโครวินาที
  • 4 : 250/2500 ไมโครวินาที


ข้อที่ 5



  • เคเบิลทดสอบมีค่าเก็บประจุขึ้นอยู่กับความยาวของเคเบิล การทดสอบด้วยวงจรรีโซแน้นซ์ จะปรับวงจรอย่างไร เพื่อให้ได้รีโซแน้นซ์
  • 1 : ปรับค่ากระแสของหม้อแปลงทดสอบ
  • 2 : ปรับค่าความเหนี่ยวนำของรีแอกเตอร์แรงสูง
  • 3 : ปรับค่าช่องแกปแกนเหล็กของรีแอกเตอร์
  • 4 : คำตอบ 2 และคำตอบ 3 ถูกต้อง


ข้อที่ 6



  • 1 : ไม่ได้เพราะ kJ ของเครื่อง < kJ ของเคเบิล
  • 2 : ไม่ได้เพราะ ค่าตัวเก็บประจุ ของเครื่องมากกว่าค่า ตัวเก็บประจุของเคเบิล
  • 3 : ได้เพราะ ค่าตัวเก็บประจุ ของเครื่องกำเนิดมากกว่าค่า ตัวเก็บประจุของเคเบิล ไม่น้อยกว่า 10 เท่า และมีพลังงานเพียงพอ
  • 4 : ไม่ได้เพราะค่าแรงดันของตัวเก็บประจุของเครื่อง 100 kV < 115 kV ของเคเบิล


ข้อที่ 7



  • ในการส่งกำลังไฟฟ้าระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูง การแปลงแรงดันให้สูงขึ้นหรือลดลงทำได้อย่างไร
  • 1 : ใช้หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง
  • 2 : ใช้หม้อแปลงแรงดัน (voltage transformer)
  • 3 : ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • 4 : ใช้วงจรรีโซแน้นซ์


ข้อที่ 8



  • 1 : 
  • 2 : 
  • 3 : 
  • 4 : 


ข้อที่ 9



  • เป็นที่ทราบดีว่าไฟฟ้าแรงสูงมีอันตรายมากยิ่งกว่าไฟฟ้าแรงต่ำ แต่ทำไมการไฟฟ้าจึงต้องใช้ไฟฟ้าแรงสูงในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า
  • 1 : 
  • 2 : เพื่อลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียไดอิเล็กตริกในระบบส่งจ่าย
  • 3 : เพื่อป้องกันผลของฟ้าผ่าได้ง่าย เพราะมีค่า BIL สูงขึ้น
  • 4 : เพื่อลดค่าเสิร์จอิมพีแด๊นซ์ ช่วยให้ส่งกำลังไฟฟ้าธรรมชาติได้สูงขึ้น


ข้อที่ 10



  • ข้อใดคือรูปคลื่นแรงดันอิมพัลส์ฟ้าผ่า ตามค่าเวลาหน้าคลื่นและหางคลื่น
  • 1 : 1.2/50 ไมโครวินาที
  • 2 : 12/50 ไมโครวินาที
  • 3 : 8/20 ไมโครวินาที
  • 4 : 250/2500 ไมโครวินาที


ข้อที่ 11



  • หม้อแปลงทดสอบออกแบบไว้สำหรับทดสอบประจำลูกถ้วยฉนวน (insulator) ในโรงงาน ถามว่าจะนำหม้อแปลงทดสอบนี้ไปทดสอบประจำสายเคเบิลแรงสูง ในโรงงาน ที่ระบบแรงดันเดียวกันได้หรือไม่ จงให้เหตุผล
  • 1 : ได้ เนื่องจากแรงดันของระบบมีค่าเท่ากัน
  • 2 : ได้ เนื่องจากกระแสที่ใช้ในการทดสอบมีค่าเท่ากัน
  • 3 : ไม่ได้ เนื่องจากกระแสที่ใช้ในการทดสอบลูกถ้วยฉนวนมีค่าน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการทดสอบเคเบิล ที่แรงดันเดียวกัน
  • 4 : ไม่ได้ เนื่องจากกระแสที่ใช้ในการทดสอบเคเบิลมีค่าน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการทดสอบลูกถ้วยฉนวน ที่แรงดันเดียวกัน


ข้อที่ 12



  • ข้อใดคือรูปคลื่นแรงดันอิมพัลส์สวิตชิ่ง ตามค่าเวลาหน้าคลื่นและหางคลื่น
  • 1 : 1.2/50 ไมโครวินาที
  • 2 : 12/50 ไมโครวินาที
  • 3 : 8/20 ไมโครวินาที
  • 4 : 250/2500 ไมโครวินาที


ข้อที่ 13



  • การส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูงมีการใช้ระบบแรงดันหลายระดับ การเลือกระดับแรงดันจะพิจารณาจาก
  • 1 : หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังมีขนาดแรงดันป้อนเข้า และจ่ายออกต่างๆ กัน
  • 2 : ขึ้นอยู่กับระยะทางและขนาดกำลังไฟฟ้าที่ส่งจ่าย
  • 3 : ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นในแถบนั้น
  • 4 : ขึ้นอยู่กับการใช้ตัวนำสายเดียว หรือตัวนำสายควบ (bundle conductor) ต่อเฟส


ข้อที่ 14



  • การใช้งานของหม้อแปลงทดสอบ (test transformer) เพื่อให้อายุการใช้งานได้ยาวนาน ควรปฏิบัติอย่างไร
  • 1 : ใช้งานทดสอบที่ไม่เกิดเบรกดาวน์ หรือวาบไฟตามผิวที่วัสดุทดสอบ
  • 2 : ใช้งานที่แรงดัน และกระแสไม่เกิน 85% ของพิกัด (rating)
  • 3 : ใช้งานทดสอบที่โหลดกินกระแสประจุเท่านั้น
  • 4 : ไม่ทดสอบลูกถ้วยฉนวนเปรอะเปื้อน


ข้อที่ 15



  • 1 : สายส่งตัวนำมีค่าความต้านทานไม่เท่ากัน
  • 2 : ขึ้นอยู่กับขนาดกระแสเสิร์จทรานเซียนต์ที่ไหลผ่าน
  • 3 : ขึ้นอยู่กับค่าความเหนี่ยวนำ L และค่าเก็บประจุ C ของสายส่ง
  • 4 : ขึ้นอยู่กับความยาวของสายส่งจ่าย


ข้อที่ 16



  • เปรียบเทียบการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าด้วยระบบสายขึงอากาศ OL (overhead line) กับแบบเคเบิลใต้ดิน (underground cable) มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร
  • 1 : แบบ OL มีค่าใช้จ่ายประหยัดกว่าค่าแบบเคเบิล แต่แบบ OL ต้องใช้ที่ว่างมากกว่าแบบเคเบิล มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม
  • 2 : แบบ OL มีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้ มีผลกระทบจากสภาพแวดล้อม เช่น ความเปรอะเปื้อน
  • 3 : แบบเคเบิลเดินใต้ดินใช้เดินในท้องทะเลได้ ไม่มีผลกระทบจากสภาพแวดล้อม ให้ความปลอดภัยสูงแก่คนและสิ่งแวดล้อม
  • 4 : ถูกทุกข้อ


ข้อที่ 17



  • ข้อใดเป็นช่วงเวลาหน้าคลื่นของแรงดันอิมพัลส์ฟ้าผ่าตามเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด
  • 1 : 0.84 – 1.56 ไมโครวินาที
  • 2 : 0.96 – 1.44 ไมโครวินาที
  • 3 : 1.08 – 1.32 ไมโครวินาที
  • 4 : 40 – 60 ไมโครวินาที


ข้อที่ 18



  • ในโรงงานผลิตเคเบิลแรงสูงขนาดใหญ่ การทดสอบประจำเคเบิลทั้งม้วนชนิดความคงทนต่อแรงดันกระแสสลับความถี่ต่ำ จะนิยมใช้แรงดันทดสอบสูงที่ได้จาก
  • 1 : หม้อแปลงทดสอบ เพราะใช้กำลังไฟฟ้าทดสอบน้อย
  • 2 : หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง เพราะมีกำลังไฟฟ้าสูง
  • 3 : วงจรรีโซแน้นซ์ เพราะใช้กำลังไฟฟ้าจ่ายให้กับวงจรทดสอบมีค่าต่ำเท่ากับกำลังไฟฟ้าสูญเสียในวงจรทดสอบ
  • 4 : เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ เพราะปรับความถี่ได้ง่าย


ข้อที่ 19



  • วัสดุทดสอบ มีค่า C = 3000 pF ทดสอบที่แรงดัน 1000 kV 50 Hz ต้องใช้หม้อแปลงทดสอบที่มี กำลังอย่างน้อย 1000 kVA ถ้านำหม้อแปลงนี้ไปทดสอบที่ แรงดัน 100 kV จะสามารถทดสอบวัสดุที่ ใช้กำลังไฟฟ้าอย่างมาก ได้เท่าไร
  • 1 : 100 kVA
  • 2 : 1000 kVA
  • 3 : 500 kVA
  • 4 : 50 kVA


ข้อที่ 20



  • หม้อแปลงทดสอบมีขนาดแรงดันและกระแสพอดีที่จะใช้ป้อนทดสอบความคงทนอยู่ได้ต่อแรงดันกระแสสลับ 50 Hz ของหม้อแปลงกระแส (CT) ใช้กับระบบ 115 kV 50 Hz มีความจุไฟฟ้า 600 pF อยากทราบว่าถ้าจะนำหม้อแปลงทดสอบนี้ไปทดสอบเคเบิล 115 kV 50 Hz ยาว 10 เมตร มีความจุไฟฟ้า 200 pF/m ได้หรือไม่ เพราะอะไร
  • 1 : ได้ เพราะทดสอบที่แรงดันระบบใช้งาน 115 kV เท่ากัน
  • 2 : ได้ เพราะค่าความจุไฟฟ้าของเคเบิลน้อยกว่าหม้อแปลงกระแส
  • 3 : ไม่ได้ เพราะแรงดันทดสอบเคเบิลสูงกว่า และกินกระแสสูงกว่า
  • 4 : ไม่ได้ เพราะความจุไฟฟ้าของเคเบิลสูงกว่า จะกินกระแสเกินพิกัด


ข้อที่ 21



  • ไฟฟ้าแรงสูงตามความหมายที่ระบุไว้ในมาตรฐานสากล IEC Publ. No. 60 หมายถึงไฟฟ้าที่มีแรงดันตั้งแต่กี่โวลต์ขึ้นไป
  • 1 : 380 โวลต์
  • 2 : 800 โวลต์
  • 3 : 1000 โวลต์
  • 4 : 4000 โวลต์


ข้อที่ 22



  • การก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย GIS (gas insulated substation) จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบ AIS (Air insulated substation) หลายเท่า แต่ในบางกรณีมีความจำเป็นต้องใช้แบบ GIS เนื่องจาก
  • 1 : เป็นย่านที่มีชุมชนหนาแน่น มีพื้นที่ว่างจำกัด และมีความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าปริมาณมาก
  • 2 : เป็นย่านที่มีฟ้าผ่าหนาแน่น (high lightning density)
  • 3 : เป็นย่านที่มีมลภาวะสูง
  • 4 : คำตอบ 1 และคำตอบ 3 ถูกต้อง


ข้อที่ 23



  • การส่งจ่ายไฟฟ้ากำลังด้วยระบบกระแสตรงมีข้อดีกว่าการส่งด้วยระบบกระแสสลับ คือ
  • 1 : สายส่งแรงสูงแบบ DC ไม่มีโคโรนารบกวนระบบสื่อสาร และไม่มีกำลังไฟฟ้าสูญเสียจากความต้านทานในสายตัวนำ
  • 2 : สายส่งแรงสูงแบบ DC ไม่มีกำลังไฟฟ้าสูญเสียไดอิเล็กตริก
  • 3 : สายส่งระยะทางไกลแบบ DC ไม่ต้องใช้ตัวรีแอกเตอร์แบบเก็บประจุเพื่อชดเชยแก้แฟกเตอร์กำลัง โดยเฉพาะเคเบิลที่เดินในทะเล
  • 4 : การใช้แรงสูงระบบ DC สามารถปรับระดับแรงดันระบบได้ง่าย โดยใช้ความต้านทานแบ่งแรงดัน (resistor voltage divider)


ข้อที่ 24



  • การใช้หม้อแปลงเทสลาทดสอบลูกถ้วยฉนวนพอร์ซเลนที่ผลิตในโรงงาน มีจุดประสงค์เพื่ออะไร มีข้อดีอย่างไร
  • 1 : ใช้ทดสอบหาค่าแรงดันคงทนอยู่ได้ของเนื้อพอร์ซเลน เนื่องจากสามารถตรวจพบการวาบไฟตามผิวได้โดยง่าย
  • 2 : ใช้ทดสอบหาค่ากำลังไฟฟ้าสูญเสียที่เกิดจากเนื้อพอร์ซเลน เนื่องจากสามารถตรวจพบการวาบไฟตามผิวได้โดยง่าย
  • 3 : ใช้ทดสอบหาความบกพร่องในเนื้อพอร์ซเลน ซึ่งหากบกพร่องจะเกิดการเจาะทะลุลูกถ้วยฉนวน และหากเป็นลูกถ้วยที่ดีจะสังเกตเห็นประกายวาบไฟตามผิวภายนอก
  • 4 : ใช้ทดสอบหาความบกพร่องในเนื้อพอร์ซเลน ซึ่งหากบกพร่องจะเกิดการวาบไฟตามผิว และหากเป็นลูกถ้วยที่ดีจะไม่เกิดการวาบไฟตามผิว


ข้อที่ 25




  • 1 : 
  • 2 : 
  • 3 : 
  • 4 : แรงดันอิมพัลส์ที่สร้างได้ตามเกณฑ์มาตรฐานกำหนด



  • นาฬิกาจับเวลา