ฝึกทำข้อสอบ กว. ออนไลน์

KW. Exploit

วิชา Antenna Engineering



ข้อที่ 1



การวัดแบบรูปการแผ่พลังงาน (radiation pattern) ของสายอากาศอย่างง่ายโดยให้ผลที่ถูกต้อง จะต้องกำหนดระยะระหว่างสายอากาศส่งและสายอากาศรับอย่างน้อยที่สุดให้อยู่ในบริเวณสนามใด

1 : บริเวณสนามใกล้รีแอกทีฟ (reactive near-field region)

2 : บริเวณสนามใกล้แผ่คลื่น (radiating near-field region)

3 : บริเวณสนามกลาง (intermediate-field region)

4 : บริเวณสนามไกล (far-field region)



ข้อที่ 2



จงหาความหนาแน่นกำลัง(power density: Wav) ที่ระยะห่างจากสายอากาศเป็นระยะทาง r  เมื่อความเข้มการแผ่กำลังงาน(radiation intensity:U) เป็น 

1 : 

2 : 

3 : 

4 : 



ข้อที่ 3



สายอากาศตัวที่ 1 ส่งสัญญาณ 1 วัตต์ โดยมีสายอากาศตัวที่ 2 รับสัญญาณได้ 0.01 วัตต์ ถ้าให้สายอากาศตัวที่ 2 ส่งสัญญาณ 2 วัตต์ สายอากาศตัวที่ 1 จะรับสัญญาณได้เท่าใด

1 : 0.005 วัตต์

2 : 0.02 วัตต์

3 : 0.04วัตต์

4 : ไม่สามารถบอกได้เนื่องจากมีข้อมูลไม่พอ



ข้อที่ 4



ระบบรับส่ง ส่งสัญญาณที่ความถี่ (f)มีกำลังงานส่ง (Pt)กำลังงานรับ(Pr) อัตราขยาย (gain) ของสายอากาศส่งไร้การสะท้อน (matched antenna) เท่ากับอัตราขยายของสายอากาศรับไร้การสะท้อน ข้อใดจะได้ระยะทางระหว่างเครื่องรับและเครื่องส่งมากที่สุดโดยที่สายอากาศทั้งสองมีการโพลาไรซ์ (polarization) ตรงกัน

1 :  = 1 กิโลวัตต์, = 0.75 มิลลิวัตต์, = = 5, =100 เมกะเฮิรตซ์

2 :  = 3 กิโลวัตต์, = 0.25 มิลลิวัตต์, = = 4, =1000 เมกะเฮิรตซ์

3 :  = 1 กิโลวัตต์, = 0.50 มิลลิวัตต์, = = 5, =100 เมกะเฮิรตซ์

4 :  = 3 กิโลวัตต์, = 0.25 มิลลิวัตต์, = = 4, =300 เมกะเฮิรตซ์



ข้อที่ 5



สายอากาศของเครื่องส่งและเครื่องรับที่ไร้การสะท้อนทำงานที่ความถี่ 3 กิกะเฮิรตซ์ มีอัตราขยาย (gain) เท่ากับ 20 dBi อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ถ้าเครื่องส่งมีกำลังส่ง 150 วัตต์ ให้คำนวณหากำลังงานที่เครื่องรับสามารถรับได้ สมมติให้ค่าตัวประกอบการสูญเสียการโพลาไรซ์ (polarization loss factor: PLF) เท่ากับ 1

1 : 80 ไมโครวัตต์

2 : 63 ไมโครวัตต์

3 : 95 ไมโครวัตต์

4 : 2.5 ไมโครวัตต์



ข้อที่ 6



สายอากาศของเครื่องส่งและเครื่องรับซึ่งทำงานที่ความถี่ 3 กิกะเฮิรตซ์ มีอัตราขยาย (gain) เท่ากับ 20 dBi อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ถ้าเครื่องส่งมีกำลังส่ง 21.76 dB ให้คำนวณหกำลังงานที่ เครื่องรับรับได้ สมมติให้ค่าตัวประกอบการสูญเสียการโพลาไรซ์ (polarization loss factor : PLF) เท่ากับ 1

1 : -19.03 dBm

2 : -17.99 dBm

3 : -10.22 dBm

4 : -3.98 dBm



ข้อที่ 7



ทฤษฎีพอยน์ติง (Poynting’s theorem) ใช้คำนวณค่าใดโดยตรง

1 : ความหนาแน่นกำลัง (power density) ที่เกิดจากสายอากาศ

2 : สภาพเจาะจงทิศทาง (directivity) ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เดินทางออกจากตัวสายอากาศ

3 : อัตราขยาย (gain) ของสายอากาศที่เกิดจากการแผ่คลื่นของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

4 : ความเข้มการแผ่พลังงาน (radiation intensity) ที่แผ่คลื่นออกจากตัวสายอากาศ



ข้อที่ 8



ในระบบสื่อสาร การเลือกสายอากาศที่เครื่องส่งและเครื่องรับที่มีอัตราขยาย (gain) สูงจะมีผลดีอย่างไร

1 : สามารถสื่อสารได้ระยะทางมากขึ้น

2 : คุณภาพสัญญาณดีขึ้น

3 : ถูกมากกว่า 1 ข้อ

4 : ไม่มีข้อใดถูก



ข้อที่ 9



ข้อใดผิดสำหรับสมการการส่งผ่านของ Friis (Friis transmission equation)

1 : กำลังที่รับได้จะลดลงด้วยตัวประกอบระยะทางยกกำลังสอง

2 : ความถี่ต่ำจะมีการสูญเสียในอวกาศว่าง (free-space loss) น้อยกว่าความถี่สูง

3 : อัตราขยาย (gain) ของสายอากาศส่งมีผลต่อกำลังที่รับได้มากกว่าของสายอากาศรับ

4 : อัตราส่วนระหว่างกำลังที่รับได้ต่อกำลังส่งคือการสูญเสียในอวกาศว่าง (free-space loss) เมื่ออัตราขยาย (gain) ของสายอากาศไร้การสะท้อน (matched antenna) ที่มีการโพลาไรซ์ (polarization) ตรงกัน



ข้อที่ 10



กำลังงานการแผ่พลังงาน (radiated power) หาได้จากข้อใด

1 : 

2 : 

3 : 

4 : 




  • นาฬิกาจับเวลา