ฝึกทำข้อสอบ กว. ออนไลน์

KW. Exploit

วิชา Maintenance Engineering



ข้อที่ 1



ข้อใดเป็นการสูญเสียที่สามารถชี้บ่งได้ด้วยตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF)

  1. หยุดงานเพราะไม่มีคำสั่งผลิต ไม่มีวัตถุดิบ หยุดตามวาระเทศกาล หรือด้วยเหตุอื่นๆ
  2. เครื่องชำรุดขัดข้อง และ เสียเวลาตั้งเครื่องในการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์
  3. ความเร็วลด เดินเครื่องตัวเปล่า และเหตุติดขัดในการผลิต
  4. ปัญหาทางคุณภาพและการสูญเสียส่วนได้


ข้อที่ 2



ข้อใดที่ไม่ถือว่าเป็นงานซ่อมบำรุงป้องกัน

  1. การขจัดจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องที่เป็นสาเหตุให้เกิดการชำรุดขัดข้อง
  2. การตรวจสอบสภาพเครื่องจักร
  3. การเปลี่ยนชิ้นส่วนที่หมดอายุ
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 3



ข้อใดเป็นค่าประสิทธิผลเชิงรวมของโรงงานที่ขาดระบบซ่อมบำรุงที่ดี ที่ระบุโดยนายเซอิจิ นากาจิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุงรักษาโรงงานอุตสาหกรรมชาวญี่ปุ่น

  1. ร้อยละ 50
  2. ร้อยละ 60
  3. ร้อยละ 70
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 4



ข้อใดที่เป็นระยะเวลาที่มักจะต้องใช้ในการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงให้เป็นแบบการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance - TPM)

  1. 3-4 เดือน
  2. 6-12 เดือน
  3. 3-4 ปี
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 5



การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาทำหน้าที่ในการส่งเสริมผลักดัน อยู่ในช่วงใดของการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงให้เป็นแบบการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance - TPM)

  1. ช่วงเตรียมการ
  2. ช่วงเริ่มงาน
  3. ช่วงดำเนินงาน
  4. ช่วงรักษาและพัฒนาระบบ


ข้อที่ 6



ข้อใดเป็นตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF) ของเครื่องจักร หากในเดือนมิถุนายนเครื่องจักรนี้ผลิตสินค้าที่มีผลผลิตมาตรฐาน 1.2 ตันต่อชั่วโมง ได้ 632 ตัน และมีเวลาเดินเครื่องสุทธิ 650 ชั่วโมง

  1. 73.15 %
  2. 81.03 %
  3. 97.23 %
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 7



ข้อใดถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรชีวิตเครื่องจักร

  1. เกิดความต้องการเครื่องจักร
  2. ผลิตและประกอบเครื่องจักร
  3. เริ่มใช้งานเครื่องจักร
  4. ครั้งแรกที่เครื่องจักรชำรุดขัดข้อง


ข้อที่ 8



ข้อใดเป็นดัชนีที่สามารถชี้บ่งการสูญเสียจากการสูญเสียส่วนได้ (Yield loss)

  1. ตัวประกอบการใช้เครื่อง (Utilization Factor – UF)
  2. ตัวประกอบการเดินเครื่อง (Running Factor – RF) หรือ ระดับความพร้อม (Availability – A)
  3. ตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF)
  4. ตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF)


ข้อที่ 9



ข้อใดเป็นประสิทธิผลโดยรวมของการผลิต (Overall Production Effectiveness - OPE) หากผลผลิตสุทธิของสินค้าที่มีมาตรฐานผลผลิต 7.5 หน่วยต่อชั่วโมง ที่ได้ในช่วงสัปดาห์หนึ่ง เป็น 820 หน่วย โดยในสัปดาห์นี้มีช่วงที่หยุดเนื่องจากไม่มีการสั่งผลิต 18 ชั่วโมง และเครื่องจักรชำรุดขัดข้อง 10 ชั่วโมง

  1. 65.08 %
  2. 72.89 %
  3. 91.20 %
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 10



ประเทศใดที่ถือกันว่าเป็นแหล่งที่เกิดของวิธีการจัดการงานซ่อมบำรุงโรงงานอุตสาหกรรมที่เรียกว่าการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance)

  1. ญี่ปุ่น
  2. เยอรมัน
  3. สหรัฐอเมริกา
  4. อังกฤษ


ข้อที่ 11



ข้อใดเป็นประสิทธิผลโดยรวมของการผลิต (Overall Production Effectiveness - OPE) หากมีค่าตัวประกอบการใช้เครื่อง (Utilization Factor – UF) = 85.00 % ตัวประกอบการเดินเครื่อง (Running Factor – RF) = 92.00 % ตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF) = 96.00 % ตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF) = 98.00 %

  1. 73.57 %
  2. 86.55 %
  3. 91.20 %
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 12



ข้อใดเป็นดัชนีที่สามารถชี้บ่งการสูญเสียจากการเดินเครื่องตัวเปล่าได้

  1. ตัวประกอบการใช้เครื่อง (Utilization Factor – UF)
  2. ตัวประกอบการเดินเครื่อง (Running Factor – RF) หรือ ระดับความพร้อม (Availability – A)
  3. ตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF)
  4. ตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF)


ข้อที่ 13



ข้อใดเป็นประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness - OEE) หากผลผลิตสุทธิของสินค้าที่มีมาตรฐานผลผลิต 7.5 หน่วยต่อชั่วโมง ที่ได้ในช่วงสัปดาห์หนึ่ง เป็น 820 หน่วย โดยในสัปดาห์นี้ช่วงที่หยุดเนื่องจากไม่มีการสั่งผลิต 18 ชั่วโมง และเครื่องจักรชำรุดขัดข้อง 10 ชั่วโมง

  1. 65.08 %
  2. 72.89 %
  3. 91.20 %
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 14



การจัดงานเปิดตัวเพื่อแสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาระบบซ่อมบำรุงโดยพนักงานทุกคน และอาจมีการเชิญชวนลูกค้าและผู้ส่งมอบเข้าร่วมงานด้วย เป็นขั้นตอนที่อยู่ในช่วงใดของการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงให้เป็นแบบการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance - TPM)

  1. ช่วงเตรียมการ
  2. ช่วงเริ่มงาน
  3. ช่วงดำเนินงาน
  4. ช่วงรักษาและพัฒนาระบบ


ข้อที่ 15



ข้อใดที่มีผลทำให้ประสิทธิผลเชิงรวมของเครื่องจักรต่ำลง

  1. เครื่องจักรชำรุดหยุดงานบ่อยครั้ง
  2. เครื่องจักรเดินช้ากว่าความเร็วมาตรฐาน
  3. ต้องซ้ำงานที่ออกจากเครื่องใหม่
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ถูก


ข้อที่ 16



การฝึกอบรมบุคลากรเป็นขั้นตอนที่อยู่ในช่วงใดของการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงให้เป็นแบบการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance - TPM)

  1. ช่วงเตรียมการ
  2. ช่วงเริ่มงาน
  3. ช่วงดำเนินงาน
  4. ช่วงรักษาและพัฒนาระบบ


ข้อที่ 17



ข้อใดเป็นระดับผลผลิตของสายการผลิตที่จะเพิ่มขึ้น หากการปรับปรุงระบบซ่อมบำรุงทำให้ประสิทธิผลเชิงรวมของสายการผลิตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 90

  1. ร้อยละ 30
  2. ร้อยละ 40
  3. ร้อยละ 50
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 18



ข้อใดเป็นประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร (Overall Equipment Effectiveness - OEE) หากมีค่าตัวประกอบการใช้เครื่อง (Utilization Factor – UF) = 85.00 % ตัวประกอบการเดินเครื่อง (Running Factor – RF) = 92.00 % ตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF) = 96.00 % ตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF) = 98.00 %

  1. 73.57 %
  2. 86.55 %
  3. 91.20 %
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด


ข้อที่ 19



รางวัลด้านการบำรุงรักษาโรงงาน เช่น TPM Excellent Award อาจนำมาใช้ในช่วงใดของการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงให้เป็นแบบการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance - TPM)

  1. ช่วงเตรียมการ
  2. ช่วงเริ่มงาน
  3. ช่วงดำเนินงาน
  4. ช่วงรักษาและพัฒนาระบบ


ข้อที่ 20



ในการบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Self Maintenance) กิจกรรมใดต่อไปนี้ไม่ใช่กิจกรรมเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ

  1. การใช้เครื่องจักรอย่างถูกวิธี
  2. การซ่อมแซมกรณีเกิดเหตุขัดข้องแบบฉุกเฉิน
  3. การหยอดน้ำมันหล่อลื่นในจุดที่จำเป็น
  4. การทำความสะอาดเครื่องจักร


ข้อที่ 21



ข้อใดที่มักจะเป็นผลมาจากการที่โรงงานอุตสาหกรรมมีระบบซ่อมบำรุงที่ดี

  1. เดินเครื่องจักรทำการผลิตได้อย่างราบรื่น
  2. ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี
  3. ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำลง
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ถูก


ข้อที่ 22



ข้อใดเป็นดัชนีที่เป็นตัวชี้บ่งการสูญเสียจากการตั้งเครื่องเพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์

  1. ตัวประกอบการใช้เครื่อง (Utilization Factor – UF)
  2. ตัวประกอบการเดินเครื่อง (Running Factor – RF)
  3. ตัวประกอบเชิงสมรรถนะ (Performance Factor – PF)
  4. ตัวประกอบเชิงคุณภาพ (Quality Factor – QF)


ข้อที่ 23



ข้อใดเป็นชื่อขององค์กรที่ส่งเสริมการพัฒนาระบบซ่อมบำรุงด้วยการจัดให้มีการพิจารณาให้รางวัลกับบริษัทที่มีความเป็นเลิศในด้านนี้

  1. Japanese Union of Scientists and Engineers - JUSE
  2. Japanese Institute of Plant Maintenance - JIPM
  3. Japanese Productivity Center - JPC
  4. Japanese Management Association - JMA


ข้อที่ 24



ข้อใดที่เป็นกิจกรรมหลักของการซ่อมบำรุงทวีผลเชิงรวม (Total Productive Maintenance)

  1. การปรับปรุงแบบเน้นชัดในจุดที่เป็นปัญหา
  2. การซ่อมบำรุงด้วยตนเองของพนักงานที่ใช้เครื่อง
  3. การให้การศึกษาและฝึกอบรมพนักงาน
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ถูก


ข้อที่ 25



หากต้นทุนของงานซ่อมบำรุงคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดขาย และกำไรคิดเป็นร้อยละ 10 ของยอดขาย การลดต้นทุนในงานซ่อมบำรุงลงร้อยละ 10 จะเป็นผลให้กำไรเพิ่มขึ้นร้อยละเท่าไร

  1. ร้อยละ 10
  2. ร้อยละ 20
  3. ร้อยละ 30
  4. ข้อ 1 2 และ 3 ผิด



  • นาฬิกาจับเวลา