ฝึกทำข้อสอบ กว. ออนไลน์

KW. Exploit

วิชา Chemical Engineering Kinetics and Reactor Design



ข้อที่ 1



จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ a) เรามักใช้ค่าผลได้ (yield) ในการเปรียบเทียบความสามารถของแต่ละปฏิกิริยา โดยหากมีใกล้เคียงกัน จึงพิจารณาที่ค่าการเลือกเกิด b) สำหรับปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary reaction) แล้วโดยปกติเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (PFR) จะมีปริมาตรน้อยกว่าเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (CSTR) เมื่อค่าผลได้ที่จากเครื่องปฏิกรณ์ทั้งสองเท่ากัน

  1. ข้อ a เท่านั้นที่ถูก
  2. ข้อ b เท่านั้นที่ถูก
  3. ถูกทั้ง a และ b
  4. ผิดทั้ง a และ b


ข้อที่ 2



ปฏิกิริยา A --->B เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor) ปริมาตรคงที่ ถ้าที่สภาวะเริ่มต้นความเข้มข้นของ A มีค่าเท่ากับ 1 mol/lit ปฎิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาอันดับศูนย์ (Zero Order Reaction) มีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant, k) เท่ากับ 0.5 mol/(lit•min) พบว่าเมื่อสิ้นสุดปฏิกิริยา สาร A ถูกใช้ไป 50% (Conversion =50%) จงคำนวณหาค่าเวลาที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา

  1. 0.5 นาที
  2. 1 นาที
  3. 1.5 นาที
  4. 2 นาที


ข้อที่ 3



จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) Space Time (T) เป็นค่าที่คำนวณจากค่าอัตราการไหลเชิงปริมาตร ณ สภาวะที่ทางออก ข) Space Velocity เป็นค่าที่คำนวณจากค่าอัตราการไหลเชิงปริมาตร ณ อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน ค) Space Velocity มีหน่วยเป็นต่อเวลา

  1. ผิดเฉพาะ ก
  2. ผิดเฉพาะ ข
  3. ผิดเฉพาะ ก และ ข
  4. ผิดเฉพาะ ข และ ค


ข้อที่ 4



ข้อใดเป็นการดำเนินการโดยทั่วไปของเครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (Batch reactor)

  1. การดำเนินงานแบบสถานะคงตัว (steady-state operation)
  2. มีการป้อนเข้าและไหลออก
  3. มีการป้อนเข้าแต่ไม่มีการไหลออก
  4. ผิดทุกข้อ


ข้อที่ 5



ปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction) จะมีค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) เป็นอย่างไรเมื่ออุณหภูมิของระบบมีค่าลดลง

  1. เพิ่มขึ้น
  2. เท่าเดิม
  3. ลดลง
  4. ไม่มีข้อใดถูกต้อง


ข้อที่ 6



ปฏิกิริยาเดี่ยว (Single reaction) หมายถึงข้อใดต่อไปนี้

  1. ปฏิกิริยาที่มีตัวทำปฏิกิริยาตัวเดียว
  2. ปฏิกิริยาที่อธิบายได้ด้วยสมการปริมาณสัมพันธ์เพียงสมการเดียวและมีสมการ อัตราเร็วเพียงสมการเดียว
  3. ปฏิกิริยาที่มีเพียงขั้นตอนเดียว
  4. ปฏิกิริยาอันดับหนึ่ง


ข้อที่ 7



ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎของอาร์เรเนียส

  1. กราฟระหว่าง ln k และ 1/T เป็นเส้นตรง
  2. ความชันของกราฟ ln k และ 1/T มีค่าเป็นลบ
  3. ความชันของกราฟ ln k และ 1/T มีค่าเป็นลบมาก สำหรับปฏิกิริยาที่มีค่าพลังงานกระตุ้น (activation energy) สูง
  4. ที่อุณหภูมิต่ำ ปฏิกิริยามีความว่องไวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อยกว่าที่อุณหภูมิสูง


ข้อที่ 8



ข้อใดไม่ใช่ปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์ (heterogeneous reaction)

  1. ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของถ่านหิน
  2. ปฏิกิริยาระหว่างก๊าซ-ของเหลวในกระบวนการดูดซึม
  3. ปฏิกิริยาของการไตเตรตระหว่างกรดกับเบส
  4. ปฏิกิริยาออกซิเดชันของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา


ข้อที่ 9



ปฏิกิริยาเป็นสถานะแกีสและมีสมดุล A + B <----> C จะเป็นอย่างไร เมื่อความดันรวมของระบบเพิ่มขึ้น

  1. สมดุลเลื่อนไปข้างหน้า
  2. สมดุลเลื่อนมาข้างหลัง
  3. สมดุลคงอยู่ที่เดิม
  4. ไม่มีข้อใดถูกต้อง


ข้อที่ 10



ปฏิกิริยาการสลายตัวในวัฏภาคก๊าซของ A คือ 2A -----> R ถ้าปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาอันดับสอง ค่าคงที่ปฏิกิริยา (rate constant) ของปฏิกิริยานี้ควรมีหน่วยเป็น

  1. sec-1 / atm
  2. atm / sec
  3. sec-1mole / liter
  4. ไม่มีข้อถูก


ข้อที่ 11



จากปฏิกิริยา A ---> 2 B จากการทดลองพบว่าอัตราการหายไปของ A มีค่าเท่ากับ 0.25 mol/(L.min) อยากทราบว่าอัตราการเกิดสาร B มีค่าเป็นเท่าใด

  1. 0.5 mol/(L.min)
  2. 0.025 mol/(L.min)
  3. 0.25 mol/(L.min)
  4. 0.125 mol/(L.min)


ข้อที่ 12



ข้อใดต่อไปนี้เป็นเครื่องปฏิกรณ์แบบกึ่งกะ (semi-batch reactor)

  1. เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ที่ปฏิบัติการแบบไม่ต่อเนื่อง
  2. เครื่องปฏิกรณ์แบบกะ (batch reactor) ที่ปฏิบัติการแบบต่อเนื่อง
  3. เครื่องปฏิกรณ์ที่สามารถปฏิบัติการได้ทั้งแบบต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง
  4. เครื่องปฏิกรณ์แบบกะที่ปฏิบัติการในช่วงอุณหภูมิห้องและความดันบรรยากาศ


ข้อที่ 13



ข้อใดเป็นหน่วยของอัตราการเกิดปฏิกิริยา (rate of reaction)

  1. mol/(kg.s)
  2. mol/(m3.s)
  3. mol/(site.s)
  4. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.


ข้อที่ 14



พิจารณาปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary Reaction) ต่อไปนี้ A ----> B ความเข้มข้นของสาร A เริ่มต้น และที่เหลือจากปฏิกิริยา = 2 และ 1.5 mol/l จงหาค่าคอนเวอร์ชัน (Conversion) ของสาร A

  1. 0.125
  2. 0.25
  3. 0.5
  4. 0.625


ข้อที่ 15



ในการเกิดปฏิกิริยาคู่ควบของมีเทน จะมีปฏิกิริยาเผาไหม้ของมีเทนเป็นปฏิกิริยาข้างเคียง ดังสมการ CH4 + 2O2 ---> CO2 +2H2O จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ a)ค่าการเลือกเกิด (selectivity) ของอีเทน = 2 x ปริมาณอีเทน/ปริมาณมีเทนที่ใช้ไป b)ค่าการเลือกเกิด (selectivity) ของอีเทนสูงขึ้นหากป้อนออกซิเจนในปริมาณมากเกินพอ

  1. ข้อ a เท่านั้นที่ถูก
  2. ข้อ b เท่านั้นที่ถูก
  3. ถูกทั้ง a และ b
  4. ผิดทั้ง a และ b


ข้อที่ 16



จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) ปฏิกิริยาของก๊าซเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพลังงานที่เกิดขึ้นเนื่องจากการชนกันระหว่างโมเลกุลของก๊าซมีค่าอย่างน้อยที่สุด เท่าค่าพลังงานกระตุ้น ข) ค่าคงที่ของปฏิกิริยา ณ สมดุล (Equilibrium Constant) มีค่าเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค) อัตราเร็วปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเพิ่มอุณหภูมิทุก 10 ºC เสมอ ข้อใดถูกต้อง

  1. ถูกเฉพาะ ก เท่านั้น
  2. ถูกเฉพาะ ข เท่านั้น
  3. ถูกเฉพาะ ค เท่านั้น
  4. ก และ ข ถูก


ข้อที่ 17



ปฏิกิริยาในข้อใดเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction)

  1. dehydrogenation of propane
  2. steam reforming of methane
  3. partial oxidation of ethane
  4. ถูกทั้ง ก. ข. และ ค.


ข้อที่ 18



ปฏิกิริยามูลฐาน (Elementary Reaction) มีความหมายตรงกับข้อความใด

  1. เป็นปฏิกิริยาที่เป็นแบบอนุกรม (Series Reaction) เช่น A ----> R ------>S
  2. เป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช่แบบขนาน (Parallel Reaction)
  3. เป็นปฏิกิริยาที่สมการของอัตราการเกิดปฏิกิริยาสอดคล้องกับสมการเคมี
  4. เป็นปฏิกิริยาที่จำนวนโมเลกุลที่เกี่ยวข้องในการทำปฏิกิริยาในสมการไม่มากกว่า 4


ข้อที่ 19



ข้อใดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเติมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้าไปในระบบ

  1. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น
  2. พลังงานกระตุ้น (activation energy) สูงขึ้น
  3. ค่าคงที่ของสมดุลมีค่าเพิ่มขึ้น
  4. ถูกทุกข้อ


ข้อที่ 20



ข้อใดถูกต้องสำหรับระบบเอกพันธ์ (Homogeneous system)

  1. สมการอัตราเร็วปฏิกิริยา (Rate Equation) ไม่เกี่ยวข้องกับสมการปริมาณสารสัมพันธ์ (Stoichiometric System) เรียกว่า Elementary Reaction
  2. ค่าคงที่ปฏิกิริยา (Rate Constant) ของปฏิกิริยาอันดับสอง มีหน่วยเป็น litre2•mol-2•min-1
  3. ค่าคงที่ปฏิกิริยา ณ สมดุล (Equilibrium Constant) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร ณ สมดุล
  4. ในระบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน อัตราเร็วปฏิกิริยา (Reaction Rate) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและอุณหภูมิ


ข้อที่ 21



ข้อใดเป็นคุณสมบัติของเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวนต่อเนื่อง (continuous-stirred tank reactor)

  1. ความเข้มข้นของสายผลิตภัณฑ์เท่ากับความเข้มข้นของสารในเครื่องปฏิกรณ์
  2. อัตราเร็วการเกิดปฏิกิริยามีค่าเท่ากันทุกตำแหน่งภายในเครื่องปฏิกรณ์
  3. การดำเนินงานเป็นแบบอุณหภูมิคงที่ (isothermal condition)
  4. ถูกทั้งข้อ 1 และ 2


ข้อที่ 22



ข้อใดเป็นลักษณะของเครื่องปฏิกรณ์แบบท่อไหล (plug flow reactor)

  1. ของไหลมีการไหลแบบลามินาร์ (laminar)
  2. ของไหลมีการไหลแบบปั่นป่วน (turbulent)
  3. มีการปั่นกวนด้วยใบกวนอย่างทั่วถึงตลอดทั้งเครื่องปฏิกรณ์
  4. ดำเนินการแบบกะ (batch operation)


ข้อที่ 23



จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก) Van’t Hoff Equation นำมาใช้กับปฏิกิริยาผันกลับได้เท่านั้น ข) ค่าพลังงานกระตุ้นมีค่าเป็นบวกเสมอ ค) จาก Arrhenius’ law พบว่า ปฏิกิริยาที่มีค่าพลังงานกระตุ้นต่ำ ปฏิกิริยานั้นมีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ (Temperature-sensitive) มาก ข้อใดถูกต้อง

  1. ถูกเฉพาะ ก
  2. ถูกเฉพาะ ข
  3. ถูกเฉพาะ ก และ ข
  4. ถูกทุกข้อ


ข้อที่ 24



ข้อใดไม่สามารถเป็นสาร Intermediate ได้

  1. อนุมูลอิสระ
  2. ไอออน
  3. สารมีขั้ว
  4. ทุกข้อสามารถเป็นสาร Intermediate ได้


ข้อที่ 25



อัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับตัวแปรใดของระบบ

  1. ความเข้มข้นของสารตั้งต้น
  2. อุณหภูมิ
  3. ความดัน
  4. ถูกทุกข้อ



  • นาฬิกาจับเวลา