ฝึกทำข้อสอบ กว. ออนไลน์

KW. Exploit

วิชา Unit Operations II



ข้อที่ 1



กฎของเฮนรี (Henry’s Law) จะใช้ได้ดีกรณีใด

1 : ก๊าซอุดมคติ

2 : สารละลายอุดมคติ

3 : สารละลายเจือจาง

4 : ถูกทุกข้อ



ข้อที่ 2



อุปกรณ์ที่อยู่ในกระบวนการแยกสารชนิด Reverse osmosis ใช้เทคนิคแยกสารชนิดใด

1 : แยกสารโดยใช้แรงภายนอกเข้ามาช่วย (Separation by gradient)

2 : แยกสารโดยใช้วัสดุภายนอกเข้ามาช่วย (Solid agent separation)

3 : แยกสารโดยใช้วัสดุขวาง (Barrier separation)

4 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase creation)



ข้อที่ 3



จากแผนภาพจุดเดือด เส้นโค้งเส้นบนคือเส้นอะไร

1 : เส้นโค้งจุดกลั่นตัว (Dew-point curve)

2 : เส้นโค้งสมดุล (Equilibrium curve)

3 : เส้นโค้งจุดเดือด (Bubble-point curve)

4 : เส้นโค้งคอนจูเกต (Conjugate curve)



ข้อที่ 4



ข้อใด ไม่เกี่ยวข้องกับ การตัดสินใจเลือกกระบวนการแยกที่เป็นไปได้ในงานอุตสาหกรรม

1 : สภาวะของการป้อน เช่น องค์ประกอบ อัตราการไหล และอุณหภูมิ ฯลฯ

2 : สภาวะของผลิตภัณฑ์ เช่น ความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์ อุณหภูมิ ความดัน ฯลฯ

3 : จำนวนคนงาน และศักยภาพของคนงาน ซึ่งมีผลต่อการคำนวณค่าแรง

4 : ลักษณะการปฏิบัติการ เช่น ง่ายในการขยายขนาด ข้อจำกัดในเชิงฟิสิกส์ พลังงานที่ใช้ รวมถึง อุณหภูมิ ความดันที่ต้องใช้



ข้อที่ 5



อุปกรณ์ที่อยู่ในกระบวนการแยกสารชนิด Flash vaporization ใช้เทคนิคแยกสารชนิดใด

1 : แยกสารโดยใช้แรงภายนอกเข้ามาช่วย (Separation by gradient)

2 : แยกสารโดยใช้วัสดุภายนอกเข้ามาช่วย (Solid agent separation)

3 : แยกสารโดยใช้วัสดุขวาง (Barrier separation)

4 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase creation)



ข้อที่ 6



ก๊าซผสมระหว่างก๊าซแอมโมเนียกับก๊าซไนโตรเจนมีความดันรวมเท่ากับ 2.5 kPa บรรจุอยู่ในภาชนะที่มีปริมาตรคงที่เท่ากับ V ถ้ากำหนดให้ก๊าซแอมโมเนียซึมออกจากภาชนะจนหมดคงเหลือเฉพาะก๊าซไนโตรเจนและความดันรวมลดลงเหลือ 1.5 kPa โดยที่อุณหภูมิของระบบมีค่าคงที่ ถ้าสมมุติให้ก๊าซผสมนี้มีพฤติกรรมเป็นแบบก๊าซอุดมคติ อัตราส่วนเชิงโมลของก๊าซแอมโมเนีย (yA) และก๊าซไนโตรเจน (yB) ที่สภาวะเริ่มต้นมีค่าเท่าใด

1 : yA = 0.40, yB = 0.60

2 : yA = 0.50, yB = 0.50

3 : yA = 0.60, yB =0.40

4 : yA = 0.80, yB = 0.20



ข้อที่ 7



ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

1 : กระบวนการแยกสารเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นได้เอง ( spontaneous process)

2 : กระบวนการแยกสารเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง (non-spontaneous process)

3 : กระบวนการผสมเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นได้เอง (spontaneous process)

4 : ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูกต้อง



ข้อที่ 8



โดยทั่วไปกระบวนการแยกสารจะแยกสารผสมที่มีลักษณะเนื้อเดียวกัน (Homogeneous) แต่ถ้าสารผสมนั้นไม่ใช่เนื้อเดียวกันควรใช้กระบวนการแยกสารกระบวนการใดในขั้นต้น สำหรับแยกสารผสมนั้น

1 : กระบวนการสกัด

2 : กระบวนการตกตะกอน

3 : กระบวนการกลั่น

4 : กระบวนการดูดซับ



ข้อที่ 9



สมการใดต่อไปนี้ไม่สามารถใช้ประมาณค่า K สำหรับสมดุลระหว่าง ของเหลวและไอได้

1 : Raoult’s law

2 : Henry’s law

3 : Poynting correction

4 : van laar equation



ข้อที่ 10



ค่าคงที่ของเฮนรี่ขึ้นอยู่กับค่าอะไรเป็นหลัก

1 : อุณหภูมิ

2 : ความดัน

3 : ชนิดตัวทำละลาย

4 : ข้อ 1 และ 3



ข้อที่ 11



ข้อใดกล่าวถึงกฎของก๊าซอุดมคติได้อย่างถูกต้อง

1 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรผกผันกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของก๊าซมีค่าคงที่

2 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรตรงกับความดัน เมื่อมวลและอุณหภูมิของก๊าซมีค่าคงที่

3 : ปริมาตรของก๊าซจะแปรผกผันกับอุณหภูมิ เมื่อมวลและความดันของก๊าซมีค่าคงที่

4 : ความดันของก๊าซจะแปรผกผันกับมวลของก๊าซ เมื่อปริมาตรและมวลของก๊าซมีค่าคงที่



ข้อที่ 12



อุปกรณ์ที่อยู่ในกระบวนการแยกสารชนิด Extractive distillation ใช้เทคนิคแยกสารชนิดใด

1 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase creation)

2 : แยกสารโดยเติมวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase addition)

3 : แยกสารโดยเติมสารตัวทำละลายจากภายนอก

4 : ถูกทุกข้อ



ข้อที่ 13



อุปกรณ์ที่อยู่ในกระบวนการแยกสารชนิดหอกลั่นใช้เทคนิคแยกสารชนิดใด

1 : แยกสารโดยใช้แรงภายนอกเข้ามาช่วย (Separation by gradient)

2 : แยกสารโดยใช้วัสดุภายนอกเข้ามาช่วย (Solid agent separation)

3 : แยกสารโดยใช้วัสดุขวาง (Barrier separation)

4 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase creation)



ข้อที่ 14



ข้อใดกล่าวถึงแฟกเตอร์ Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององค์ประกอบย่อย i) ระบบที่อยู่ภายใต้สภาวะสมดุลไอ-ของเหลวได้อย่างถูกต้อง

1 : Ki ไม่ขึ้นกับอุณหภูมิ

2 : Ki ไม่ขึ้นกับความดัน

3 : Ki ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นทั้งหมดของเฟสของเหลว

4 : ประเมินหาค่าของแฟกเตอร์ Ki ได้จาก Raoult’s Law เมื่อทราบความดันรวมของระบบและความดันไอขององค์ประกอบย่อย i



ข้อที่ 15



ข้อใดไม่เป็นองค์ความรู้พื้นฐานของกลไกกระบวนการแยก

1 : การถ่ายโอนมวลสาร

2 : สมดุลเชิงอุณหพลศาสตร์ (Thermodynamic equilibrium)

3 : กลศาสตร์ของไหล

4 : ทฤษฎีสัมพัทธภาพ



ข้อที่ 16



ในการประเมินหาค่าแฟกเตอร์ Ki (หรือสัมประสิทธิ์ของการกระจายขององค์ประกอบย่อย i) โดยใช้ Raoult’s Law มีสมมติฐานว่าอย่างไร

1 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติ

2 : วัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ

3 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติและวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ

4 : วัฏภาคก๊าซเป็นก๊าซอุดมคติหรือวัฏภาคของเหลวเป็นสารละลายอุดมคติ



ข้อที่ 17



วิธีการใดต่อไปนี้สามารถใช้แยกสารผสมประเภทแอซิโอโทรป (Azeotrop)

1 : เพิ่มความเข้มข้นของสารที่เป็นองค์ประกอบที่ระเหยง่าย

2 : เพิ่มความเข้มข้นของสารที่เป็นองค์ประกอบที่ระเหยยาก

3 : เพิ่มอัตราการไหลของกระแสป้อนกลับ (Reflux)

4 : โดยการติมส่วนประกอบที่สามเข้าไปในสารผสมเพื่อทำลายสภาพที่เป็นแอซิโอโทรป



ข้อที่ 18



ข้อใดไม่ใช่วิธีที่ใช้ในการการแยกสารโดยอาศัยเทคนิคการสร้างวัฏภาคอื่นมาช่วย

1 : เพิ่มหรือลดอัตราการไหล

2 : เพิ่มหรือลดอุณหภูมิ

3 : เพิ่มหรือลดความดัน

4 : ถูกทุกข้อ



ข้อที่ 19



ในการคำนวณหาความสูงของเครื่องมือแยกสารจำเป็นต้องทราบข้อมูลสมดุลระหว่างความ เข้มข้นในแต่ละเฟส และแต่ละเฟสจะสมดุลซึ่งกันและกันเมื่อ

1 : ความดันในระบบมีค่าคงที่

2 : ศักย์ทางเคมีแต่ละเฟส (Chemical potential) เท่ากัน

3 : ความเข้มข้นแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน

4 : ความดันย่อยของแต่ละเฟสมีค่าเท่ากัน



ข้อที่ 20



กฎของราอูลท์กล่าวไว้ว่าอย่างไร

1 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น

2 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันไอของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น

3 : ความดันย่อยของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น

4 : ความดันของสารที่อยู่ในสารละลายเท่ากับผลคูณของความดันของสารนั้น คูณกับเศษส่วนโมลของสารนั้น



ข้อที่ 21



จากแผนภาพจุดเดือดจุด B ประกอบด้วยวัฏภาคอะไรบ้าง 

1 : ของเหลวและไอ

2 : ของเหลว

3 : ของเหลวและของแข็ง

4 : ไอ



ข้อที่ 22



อุปกรณ์ที่อยู่ในกระบวนการแยกสารชนิด Chromatiography ใช้เทคนิคแยกสารชนิดใด

1 : แยกสารโดยใช้แรงภายนอกเข้ามาช่วย (Separation by gradient)

2 : แยกสารโดยใช้วัสดุของแข็งภายนอกเข้ามาช่วย (Solid agent separation)

3 : แยกสารโดยใช้วัสดุขวาง (Barrier separation)

4 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย (Phase creation)



ข้อที่ 23



ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่เทคนิคที่ใช้ในกระบวนการแยกสาร

1 : แยกสารโดยใช้แรงภายนอกเข้ามาช่วย

2 : แยกสารโดยใช้วัสดุภายนอกเข้ามาช่วย

3 : แยกสารโดยใช้เทคนิคออสโมซิสมาช่วย

4 : แยกสารโดยสร้างวัฏภาคอื่นเข้ามาช่วย



ข้อที่ 24



ในกระบวนการแยกสารละลายของกรดอะซิติกเข้มข้น 10 % โดยน้ำหนัก กระบวนการใดเหมาะสมที่สุดในแง่ของทางเศรษฐศาสตร์ และการนำไปใช้จริง

1 : กระบวนการกลั่น (Distillation)

2 : กระบวนการตกผลึก (Crystallization)

3 : กระบวนการดูดซับ (Adsorption)

4 : กระบวนการสกัดด้วยตัวทำละลาย (Liquid-Liquid extraction)



ข้อที่ 25



กฎของเฮนรี่ใช้ได้กับระบบใด

1 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลมีขั้ว

2 : สารละลายเจือจางของโมเลกุลไม่มีขั้ว

3 : สารละลายเจือจางอิเลคโตรไลท์

4 : ข้อ 1 และ 2 ถูก




  • นาฬิกาจับเวลา